วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การเตรียมการทำนา



การเลี้ยงดิน

      เลี้ยงดินโดนการสร้างอินทรีวัตถุให้กับดินเพื่อเพิ่มอินทรีวัตถุให้กับดินเพื่อให้เป็นอาหารเลี่ยงพืชวิธีสร้างก็คือเอาปุ๋ยพืชสด(พืชตระกูลถั่วจะดีที่สุดจะมีคุณสมบัติในการสร้างไนโตรเจนให้กับดิน)ต่อไปก็เอาไปหว่านลงในแปลงนาของเราให้งอกขึ้นมาเจริญเติมโตจนกว่าจะออกดอก(ช่วงออกดอกจะเป็นช่วงที่สะสมธาตุอาหารเต็มที่)เราก็จะตัดและไถกลบพอเสร็จเราก็เอาน้ำน้ำหมัก จุลินทรีย์ที่เราหมักเองไปฉีกรดราดในดินของเราและปล่อยน้ำลงไปเพื่อให้หมักปุ๋ยพืชสดให้เปื่อยเน่าซึมลงไปในดินหลังจากปรับปรุงดินดีแล้วพอถึงฤดูตกกล้าเมล็ดพันธุ์ข้าวเราก็จะเลือกด้วยตัวเอง







การไถดะ

เป็นการไถครั้งแรกตามแนวยาวของพื้นที่นา การไถดะจะช่วยพลิกดินเพื่อให้ดินชั้นล่างได้ขึ้นมาสัมผัสอากาศรับออกซิเจน และเป็นการตากดินเพื่อทำลายวัชพืช โรคพืชบางชนิด การไถดะบางพื้นที่จะไถหลังฝนตกเมื่อดินเกิดความชุ่มชื่นหรือชิวิธีวิดน้ำเจ้ามาแทนการจะปล่อยน้ำเข้ามาต้องดูสภาพดินด้วยควรปล่อยมากหรือน้อยการปล่อยน้ำเข้ามาเพื่อให้ไถได้ง่ายขึ้นหลังจากไถดะจะตากดินไว้ประมาณ 1-2สัปดาห์

การไถแปร

หลังจากที่ตากดินไว้พอสมควรแล้ว การไถแปรจะช่วยพลิกดินที่กลบไว้เอาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อทำลายวัชพืชที่ขึ้นใหม่และเป็นการย่อยดินให้มีขนาดเล็กลงจำนวนการไถแปรจึงขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของวัชพืช ลักษณะดินและระดับน้ำ






วิธีการคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อเพาะ

การคัดพันธุ์ข้าวจากรวง
1. เกี่ยวพันธุ์ข้าวที่ต้องการในแปลงนา โดยเลือกต้นที่ห่างจากพันธุ์อื่นๆ 1-2 เมตร ตามปริมาณที่ต้องการ
2. นำรวงข้าวที่เกี่ยวมาแล้วมาผึ่งแดด 2-3 แดด
3. หลังจากนั้นนำมาคัดเลือกรวงที่มีลักษณะรวงใหญ่ ยาว เมล็ดสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยของโรคหรือแมลงรบกวน
4. นำรวงที่คัดเลือกแล้วมานวดรวมกัน ตากแดด 1-2 แดด แล้วจัดเก็บใส่ถุงเพื่อนำไปขยายพันธุ์ต่อไป

การคัดเมล็ดพันธุ์ด้วยน้ำเกลือ
วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะกล้า
            1.กะละมังหรือถัง 2 ใบ
2.มุ้งฟ้าทีมีขนาดใหญ่กว่ากะละมัง
3.พันธุ์ข้าวตามจำนวนที่ต้องการคัดพันธุ์
4.ไข่ดิบ
5.เกลือ
6.เหรียญ 5 บาท
7.น้ำเปล่า
8.เหยือกน้ำ
วิธีการทำ
วางมุ้งฟ้าลงในกะละมังที่เตรียมไว้
1.เทน้ำเปล่าลงในกะละมัง และว่างไข่ดิบไปในน้ำ(ไข่จะจม)
   2.เอาเกลือใส่เหยือก เทน้ำลงไปในเหยือก คนให้เกลือละลายเป็นน้ำเกลือเข้มข้น
   3.ค่อยๆ เทน้ำเกลือใส่ในกะละมัง ไข่จะลอยขึ้นอยู่เหนือน้ำจนมีขนาดเท่าเหรียญ 5 บาท ซึ่งแสดงว่าน้ำมีความถ่วงจำเพาะที่ทำให้เมล็ดข้าวที่ไม่สมบูรณ์ลอยขึ้นมา ข้าวที่จมอยู่ทุกเมล็ดคือข้าวสมบูรณ์ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี
   4.หยิบไข่ดิบออกจากกะละมัง ตักเมล็ดข้าวที่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำออก เนื่องจากเป็นเมล็ดข้าวที่ไม่สมบูรณ์
   5.ถ้าใช้น้ำธรรมดาคัดพันธุ์ข้าวแทนน้ำเกลือ ข้าวที่มีเนื้ออยู่ครึ่งหนึ่งหรือเมล็ดข้าวที่เป็นโรคยังจมอยู่ การคัดด้วยน้ำเกลือจำคัดเมล็ดพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ออกทั้งหมด
   6.ยกมุ้งฟ้าที่มีเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ขึ้นจากกะละมังนำไปล้างด้วยน้ำสะอาด 1 ครั้ง ก่อนนำไปเพาะกล้า



 

เครื่องมือและอุปกรณ์




เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา
เคียว 



เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเก็บเกี่ยวพืชผลประเภทข้าว หญ้า และธัญพืช โดยชาวนาจะใช้เคียวเกี่ยวไปที่ฐานของต้นข้าวแล้วทำการกระตุกคมเคียวบาดจนขาด ส่วนมืออีกข้างใช้กำรวงข้าวที่ต้องการเกี่ยว โดยนำข้าวที่ตัดแล้วรวมไว้เป็นกองไว้ เคียวแบบด้ามสั้นอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังเมื่อใช้เป็นระยะเวลานานเนื่องจากต้องยืนก้มอยู่ตลอด จึงมีเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งคือเคียวด้ามยาวซึ่งมีด้ามจับยาวกว่าและไม่ต้องก้มให้ปวดหลัง
จอบ



เครื่องมือในการไถนา
อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการทำนา ของขั้นตอนการเตรียมดินก่อนการปลูกข้าว มีดังนี้
1. ใช้ในการขับเคลื่อน มีดังนี้ คือ ควาย รถอีแต๋น รถไถนา สามารถเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งได้



 
 
เครื่องสูบน้ำ
 

ไม้หนีบ เป็นไม้คู่หนึ่งใช้หนีบมัดรวงข้าวเพื่อยกข้าวฟาดลงบนลาน




กระด้ง ใช้ฝัดร่อนข้าวเอาเศษผงฝุ่น แกลบ ออกจากเมล็ดข้าว
ตอกมัดกล้าใช้ในการมัดข้าว




ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อข้าว



ปัจจัยและผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว
ดิน
ข้าวขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิดยกเว้นดินทรายส่วนใหญ่ชอบขึ้นในดินเหนียว และเหนียวปนร่วน มีความเป็นกรดและด่าง (pH) ตั้งแต่ 3-10 ขึ้นได้แม้กระทั่งในดิน
ที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ

ปริมาณน้ำ
ข้าวมีความต้องการน้ำตั้งแต่ 875มิลลิเมตร (ข้าวไร่) จนถึง 2,000 มิลลิเมตร (ข้าวนาสวน) ต่อปี แต่ควรมีการกระจายฝนที่ดีในพื้นที่ที่ไม่ได้รับน้ำชลประทานหรือที่เรียกว่านาน้ำฝน ซึ่งส่วนใหญ่จะปลูกข้าวได้ในนาปีเท่านั้น และการตอบสนองต่อความต้องการน้ำยังขึ้นอยู่กับพันธุ์ และช่วงของการเจริญเติบโตในช่วงเตรียมดินควรมีน้ำประมาณ 150 - 200 มิลลิเมตร ช่วงที่เป็นต้นกล้าต้องการน้ำประมาณ 250 - 400 มิลลิเมตรจนถึงต้นกล้าอายุ30-40 วัน ส่วนในช่วงปักดาจนกระทั่งเก็บเกี่ยวนั้นควรมีน้าอยู่ในช่วง 800 - 1,200 มิลลิเมตร
แสงอาทิตย์
ปริมาณแสงมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตโดยที่พืชใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง และช่วงเวลาสั้นยาวของกลางวันกลางคืนยังมีผลต่อการเจริญทางการสืบพันธุ์ของข้าวไวแสง ความเข้มของแสงในฤดูฝนซึ่งมีเมฆหมอกมากนั้นจะน้อยกว่าความเข้มแสงในฤดูร้อน ผลผลิตข้าวส่วนใหญ่จึงน้อยกว่าเมื่อปลูกในฤดูฝน แสงแดดมีความจาเป็นมากในช่วงเริ่มสร้างดอกจนกระทั่ง10 วันก่อนเมล็ดแก่

อุณหภูมิ
 ได้มีการศึกษาพบว่าอุณหภูมิมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของข้าวและการให้ผลผลิต พบว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ในระหว่าง 25-33 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่ต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป (ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส สูงกว่า 35 องศาเซลเซียส) จะมีผลต่อการงอกของเมล็ด การยืดของใบ การแตกกอ การสร้างดอกอ่อน การผสมเกสร เป็นต้น เช่น พบว่าอุณหภูมิที่สูงเกินไปและต่ำเกินไปช่วงที่มีการออกดอกจะทาให้ดอกข้าวเป็นหมัน ซึ่งจะส่งผลทำให้ได้ผลผลิตต่ำกว่าปกติ เป็นต้น

ความชื้นสัมพัทธ์
อิทธิพลของความชื้นสัมพัทธ์ของบรรยากาศต่อการเจริญเติบโตของข้าวนั้นมักจะไม่ชัดเจน เพราะจะมีปริมาณความเข้มแสงและอุณหภูมิในเชิงที่กลับกันคือเมื่อความเข้มของแสงมากและอุณหภูมิสูงมักทาให้ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำอุณหภูมิเย็นในเวลากลางคืนทาให้เกิดน้าค้างสูง จะมีผลต่อการพัฒนาของเชื้อโรคของข้าวบางชนิด เช่น โรคใบไหม้ได้เหมาะสมยิ่งขึ้น เป็นต้น

ลม
ลมอ่อนที่พัดถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา จะช่วยให้มีการถ่ายเทก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใช้ในการสังเคราะห์แสงได้ดี ทำให้พืชสามารถสังเคราะห์แสงได้มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าลมแรงจะมีผลโดยตรงทาให้ต้นข้าวหักล้ม เกิดความเสียหายแก่ผลผลิตได้ ส่วนฤดูเพาะปลูก สามารถปลูกได้ตลอดปี แต่ควรหลีกเลี่ยงช่วงการปลูกที่ต้นข้าวจะออกดอกในช่วงอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 33 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงการปลูกที่ต้องเก็บเกี่ยวในช่วงที่ฝนชุก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ จำเป็นต้องวางแผนการปลูกที่เหมาะสม

ศัตรูพืช
ศัตรูพืชนั้นมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว
แมลงศัตรูที่พบในแปลงนา ระยะแตกกอ : หนอนกอข้าว. หนอนห่อใบข้าว. เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล. หนอนปลอกข้าว. แมลงบั่ว. แมลงดำหนาม. เพลี้ยจักจั่นสีเขียว. ด้วงดำ. แมลงหล่า.
หนอนกอทำลายข้าวตั้งแต่ข้าวเล็กจนถึงระยะข้าวออกรวง ในประเทศไทยมีรายงานพบ 4 ชนิด คือ หนอนกอสีครีม หนอนกอแถบลาย หนอนกอแถบลายสีม่วง และหนอนกอสีชมพู
ลักษณะการทำลายและการระบาด :
หนอนกอข้าวทั้ง 4 ชนิด ทำลายข้าวลักษณะเดียวกันโดยหลังหนอนฟักจากไข่จะเจาะเข้าทำลายกาบใบก่อน ทำให้กาบใบมีสีเหลือง
หรือน้ำตาล ซึ่งจะเห็นเป็นอาการช้ำๆ เมื่อฉีกกาบใบดูจะพบตัวหนอน เมื่อหนอนโตขึ้นจะเข้ากัดกินส่วนของลำต้น ทำให้เกิดอาการใบ
เหี่ยวในระยะแรก ใบและยอดที่ถูกทำลายจะเหลืองในระยะต่อมา ซึ่งการทำลายในระยะข้าวแตกกอนี้ทำให้เกิดอาการ ยอดเหี่ยว(deadheart) ถ้าหนอนเข้าทำลายในระยะข้าวตั้งท้องหรือหลังจากข้าวออกรวงจะทำให้เมล็ดข้าวลีบทั้งรวง รวงข้าวมีสีขาวเรียกอาการ นี้ว่าข้าวหัวหงอก” (whitehead)ลักษณะการทำลาย ของหนอนกอในข้าว ระยะแตกกอทำให้ยอดเหี่ยว ระยะออกรวงทำให้รวงข้าวสีขาวเมล็ดลีบหนอนกอข้าวเป็นแมลงศัตรูข้าวที่พบเป็นประจำในนาข้าว แต่มักจะไม่ทำความเสียหายข้าวลีบทั้งรวง รวงข้าวมีสีขาวเรียกอาการนี้ว่ารุนแรง เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบปริมาณมากในฤดูนาปรัง การทำลายจึงสูงกว่าฤดูนาปี ผีเสื้อหนอนกอข้าวจะเคลื่อนย้ายเข้าสู่แปลงนาเมื่อ ข้าวอายุระหว่าง 30-50 วัน การระบาดมากน้อยขึ้นกับสภาพแวดล้อมและฤดูการทำนาของสถานที่นั้นๆ สามารถเพิ่มปริมาณได้ 2-3 อายุขัยต่อฤดูปลูก

ตัวอ่อนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
ลักษณะการทำลาย
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทำลายข้าวโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลส์ท่อน้ำท่ออาหารบริเวณโคนต้นข้าวระดับเหนือ